สิ้นเดือน คุณเปิดยอดสรุปจาก Agoda ขึ้นมาดู ห้องเต็มเกือบทั้งเดือน เหนื่อยก็เหนื่อย ดูแลแขกก็เต็มที่ แต่พอเห็นบรรทัด “ค่าคอมมิชชั่น” ที่ถูกหักออกไป — ใจก็แอบหายทุกที
เงินก้อนนั้นคือกำไรที่คุณหามาด้วยแรงของคุณเอง แต่มันไหลออกไปทุกการจอง จนเราชินจนไม่ทันคิดว่าจริงๆ แล้วเสียไปเท่าไร
ข่าวดีคือ คุณลดมันได้ — โดย ไม่ต้องเลิกใช้ OTA และไม่ต้องเก่งเทคโนโลยีอะไรเลย บทความนี้จะเล่าจากมุมของเจ้าของที่พักว่าค่าคอมคิดยังไง เดือนนึงหายไปประมาณเท่าไร และมีวิธีไหนบ้างที่เจ้าของที่พักไทยใช้ดึงกำไรกลับมาได้จริง
สรุปสั้น สำหรับคนรีบ
- ค่าคอม OTA ส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 15–18% ต่อการจอง
- ที่พักที่จองคืนละหลายพัน เงินค่าคอมรวมกันเป็น หมื่นบาทต่อเดือน ได้ง่ายๆ
- ไม่ต้องเลิก OTA — แค่ดึง booking บางส่วนมาเป็นจองตรง ก็เริ่มประหยัดแล้ว
- ตัวช่วยที่เหมาะกับตลาดไทยคือ หน้าจองของตัวเอง + PromptPay + LINE
- จองตรงผ่านระบบอย่าง StayEngine ไม่เสียค่าคอมต่อการจอง เพราะจ่ายรายเดือนคงที่
ค่าคอมที่หายไป จริงๆ แล้วเท่าไร
เวลาแขกจ่ายเงินผ่าน OTA เราไม่ได้เห็นเงินก้อนเต็มๆ เพราะแพลตฟอร์มหักส่วนแบ่งไปก่อนแล้ว ส่วนแบ่งนั้นคือค่าคอม ซึ่งเป็นค่าตอบแทนที่เขาช่วยให้คนเจอที่พักของเรา โดยทั่วไปอยู่ในช่วงนี้:
| แพลตฟอร์ม | ค่าคอมโดยประมาณ |
|---|---|
| Agoda | ~15–18% ต่อการจอง |
| Airbnb | ~3% (เจ้าของ) หรือแบบรวม ~14–16% |
| Booking.com | ~15–18% ต่อการจอง |
ตัวเลขจริงต่างกันไปตามสัญญา โปรโมชัน และประเภทที่พัก แต่หลักง่ายๆ ที่เจ้าของควรจำคือ ยิ่งห้องคุณราคาสูง ค่าคอมที่หายไปต่อการจองก็ยิ่งสูงตาม
ลองนั่งคำนวณด้วยกันสักครั้ง
หลายคนไม่เคยคูณเลขก้อนนี้ออกมาตรงๆ พอได้เห็นแล้วมักจะอึ้ง ลองดูตัวอย่างนี้ — สมมติค่าคอม 16% ที่พักจองได้ 15 คืนต่อเดือน:
ตัวอย่างคำนวณทั่วไป ไม่ใช่ตัวเลขของที่พักใดที่พักหนึ่ง — ใช้ให้เห็นภาพ
| ราคาต่อคืน | ค่าคอมต่อการจอง | เสียต่อเดือน (15 คืน) |
|---|---|---|
| 1,500 บาท | ~240 บาท | ~3,600 บาท |
| 3,000 บาท | ~480 บาท | ~7,200 บาท |
| 6,000 บาท | ~960 บาท | ~14,400 บาท |
ถ้าคุณเป็นเจ้าของพูลวิลล่าที่ปล่อยทั้งหลังคืนละหลายพัน ตัวเลขหลักหมื่นต่อเดือนนี้คือเรื่องปกติ และมันคือเงินที่ — ถ้าแขกจองตรงกับคุณ — จะอยู่ในกระเป๋าคุณทั้งก้อน
5 วิธีดึงกำไรกลับมา (โดยไม่ต้องเลิก OTA)
1. ลูกค้าที่เคยมาแล้ว ไม่ต้องจ่ายค่าคอมซ้ำ
ลองนึกถึงแขกที่เพิ่งมาพักแล้วประทับใจ บอกว่า “ไว้กลับมาอีกแน่นอน” — ถ้าครั้งหน้าเขากลับมาจองผ่าน Agoda อีก คุณก็เสียค่าคอมอีกทั้งที่เป็นลูกค้าของคุณเองอยู่แล้ว
แค่ส่งลิงก์จองตรงให้เขาตอนเช็กเอาท์ หรือทักไปทาง LINE ครั้งหน้า booking นั้นก็ไม่เสียค่าคอมเลย นี่คือกลุ่มที่เปลี่ยนมาจองตรงได้ง่ายที่สุด เพราะเขาเชื่อใจคุณอยู่แล้ว
2. เลิกตอบแชทแล้วจดเองทีละราย
ถ้าทุกวันนี้ลูกค้าทักมาถามราคา ถามวันว่าง แล้วคุณต้องไล่ตอบทีละคน เปิดปฏิทินเช็กเอง กลัวจดผิดจองชน — นั่นคือเวลาและความเครียดที่กินคุณทุกวัน
การมีหน้าจองของตัวเองช่วยให้แขกเลือกวัน เลือกห้อง และจองจบในหน้าเดียว คุณไม่ต้องนั่งเฝ้าแชท และดึงลูกค้าจาก Facebook, LINE, Google ที่ไม่ได้มาจาก OTA ให้กลายเป็น booking จริงได้
3. รับเงินทันทีด้วย PromptPay ไม่ต้องรอใคร
ลูกค้าไทยสแกน QR จ่ายเงินจนเป็นนิสัยอยู่แล้ว การให้เขาจ่ายมัดจำหรือยอดเต็มผ่าน PromptPay ทำให้คุณปิดการจองได้ตั้งแต่ตอนที่เขายังสนใจ ไม่ต้องรอ ไม่ต้องลุ้นว่าจะเงียบหายไป และเงินเข้าตรงถึงคุณ ไม่ผ่านตัวกลาง
4. LINE ที่คุณมีอยู่แล้ว คือช่องปิดการขายที่ดีที่สุด
ที่พักไทยเกือบทุกที่มี LINE OA อยู่แล้ว แต่หลายคนใช้แค่ตอบแชท ทั้งที่มันปิดการขายได้ ส่งลิงก์จองตรงให้ลูกค้าใน LINE ตอบคำถามจบในนั้น และให้ทีมงานรู้ทันทีที่มี booking เข้ามา ลูกค้าที่ทักมาทาง LINE จะได้ไม่ต้องวิ่งกลับไปจองใน OTA ให้คุณเสียค่าคอมอีก
5. ค่าคอมไม่ใช่เงินก้อนเดียวที่ OTA กินไป
นอกจากค่าคอม คุณอาจเคยโดน “ค่าปรับ” เมื่อทำผิดเงื่อนไข เช่น ยกเลิกห้องที่ปล่อยไม่ทัน หรือราคาไม่ตรงเงื่อนไข — บางเดือนโดนซ้ำหลายครั้ง ยิ่งฝากชีวิตไว้กับ OTA ช่องทางเดียวมากเท่าไร ความเสี่ยงตรงนี้ก็ยิ่งสูง การมีจองตรงเป็นช่องทางสำรองช่วยให้คุณไม่ต้องกลัวเรื่องนี้มากเท่าเดิม
แล้วต้องเลิก OTA ไหม
ไม่ต้องเลย — โดยเฉพาะช่วงที่คุณยังไม่มีฐานลูกค้าของตัวเอง OTA เก่งเรื่องทำให้คนแปลกหน้าเจอที่พักของคุณ ซึ่งเป็นสิ่งที่จองตรงทำแทนไม่ได้ในวันแรก
วิธีคิดที่สบายใจกว่าคือ ไม่ใช่เลิก OTA แต่ค่อยๆ ลดการพึ่งมัน ใช้ OTA หาแขกใหม่ต่อไป แล้วค่อยย้ายลูกค้าที่คุณคุมเองได้ — ลูกค้าเก่า ลูกค้าจากโซเชียล — มาเป็นจองตรงทีละนิด ทุกๆ booking ที่ขยับมาจองตรง คือกำไรที่เพิ่มขึ้นโดยที่คุณไม่ต้องขายห้องเพิ่มสักห้องเดียว
อยากเริ่ม ทำยังไงดี
ไม่ต้องเปลี่ยนทุกอย่างในวันเดียว เริ่มจากก้าวเล็กๆ ก่อน:
- เปิดช่องทางจองตรงของตัวเอง — ดูระบบจองพูลวิลล่าหรือระบบจองโรงแรมตามแบบที่พักของคุณ
- ตั้งรับเงิน PromptPay และเชื่อม LINE OA ที่คุณใช้อยู่แล้ว
- เริ่มส่งลิงก์จองตรงให้ลูกค้าเก่าและคนที่ทักมาทางโซเชียลก่อน
- คง OTA ไว้ทำหน้าที่หาแขกใหม่ต่อไป
อยากเห็นว่าที่พักจริงทำแล้วเป็นยังไง ลองอ่านเรื่องของ Becozyrest พูลวิลล่าบางแสนที่เปลี่ยนมารับจองตรง หรือถ้าอยากเข้าใจภาพรวมก่อน อ่านระบบจองตรงสำหรับ Villa คืออะไร
กำไรที่คุณจะได้คืน ไม่ได้มาจากการเลิก OTA แต่มาจากการมีช่องทางที่เป็นของคุณเอง — เริ่มจากลูกค้ากลุ่มที่ง่ายที่สุดก่อน แล้วคุณจะเห็นตัวเลขปลายเดือนค่อยๆ ดีขึ้นเอง